Line ID : STH4

TEL : 0-8888-2222-3 ถึง 4

Center World Class

บิ๊ก เวอร์จิล : เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ คนแรกผู้ทลายกำแพงยุคมืดแห่งกองหลัง

นับตั้งแต่ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ สร้างปรากฏการณ์คว้าบัลลงดอร์มาครอบครองเมื่อปี 2006 เราก็แทบไม่ได้เห็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟรุ่นใหม่หน้าไหนก้าวขึ้นมา “ติดดาว” เป็น เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ แบบเต็มตัวอย่างนี้อีกเลย อ่านถึงตรงนี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิด! เพราะวงการฟุตบอลในช่วง 10-20 ปีหลังสุด ก็ยังคงผลิตกองหลังฝีเท้าดีขึ้นมาประดับวงการมากมาย

เบเนดิค โฮเวเดส , จอร์โจ้ คิเอลลินี่ , เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ , อันเดรีย บาซาญี่ , ราฟาเอล วาราน , เซร์คิโอ รามอส , ดีเอโก้ โกดิน , ริคาร์โด้ คาวัลโญ่ , เคราร์ด ปีเก้ , การ์เลส ปูโยล , ติอาโก้ ซิลวา , เจโรม บัวเต็ง , เนมานย่า วิดิช , อเลสซิโอ โรมันโยลี่ , คาลิดู คูลิบาลี่ , แว็งซ็อง กอมปานี , โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ , มิลาน สกริเนียร์ , มาควินญอส ล้วนแต่เป็นชื่อของยอดกองหลังที่ไม่ได้มีช่วงเวลาที่น่าเกลียดอะไรเลย

ถึงกระนั้น เราก็ต้องยอมรับด้วยเช่นกันว่ารายชื่อของเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเหล่านี้ แม้จะถูกจัดให้อยู่ในเกรด A แต่มันก็ยังไปไม่ถึงในระดับที่จะสามารถเอาขึ้นหิ้งไปอยู่ในระดับ เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ได้จริงๆ

เวอร์จิล ฟาน ไดค์

ฟาน ไดค เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ ยกระดับผู้เล่นกองหลัง

หากจะมีตัวที่ใกล้แตะระดับเหล่านี้หน่อย เราก็อาจจะพบได้สักคน 2 คน – แต่ถึงกระนั้น แข้งที่ว่าดีนักดีหนาเหล่านี้ ก็ยังเทียบอะไรไม่ได้กับ “โคตรเซ็นเตอร์” ในอดีตกาลอย่าง อเลสซานโดร เนสต้า , เปาโล มัลดินี่ , ยาป สตัม , ฟรานซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ , มาธิอัส ซามเมอร์ , ลิลิยง ตูราม , มาร์แซล เดอไซญี่ , ฟรังโก บาเรซี่ , รุด โครล และใครอีกหลายคน

ฉะนั้น ในช่วงหลังบัลลงดอร์ 2006 ของคันนาวาโร่เป็นต้นมา (ไม่นับพวกที่อยู่ในช่วงรอยต่อเดียวกันหรือคาบเกี่ยวกันอย่าง ริโอ , เทอร์รี่ หรือ ฮุมเมิ่ลส์ ที่ก็ระดับพระกาฬน้องๆ คันนาวาโร่) เราจึงแทบไม่เห็นกองหลังคนไหนพุ่งขึ้นมาได้รับการยกย่องเป็น เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ ในแบบเดียวกับตำนานค้างฟ้าอย่าง เนสต้า , มัลดินี่ , ตูราม , คันนา หรือ สตัม กันอีก

การจะบอกว่าช่วงเวลาที่ว่านี้ คือยุคมืดของเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ มันอาจเป็นคำที่ดูรุนแรงไปบ้าง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คงไม่ใช่ยุคที่รุ่งเรืองของพวกเขาสักเท่าไหร่เช่นกัน เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ ที่ดีที่สุดของเชลซี หลังจากนั้นคือ แกรี่ เคฮิลล์ พอๆ กับอาร์เซน่อลที่มีโลร็องต์ กอสเซียลนี่พอจะยืนระยะได้นานที่สุด

บิ๊ก เวอร์จิล

เคราร์ด ปีเก้ ต้องโดดเดี่ยวหลังการอำลาของปูโยล ขณะที่มาดริดก็มีดีสุดแค่ เปเป้ และ วาราน , ทีมชาติฮอลแลนด์ ในยุคหนึ่งต้องหวังพึ่ง สเตฟาน เดอ ฟราย , เลสเตอร์ มีเวสต์ มอร์แกนกับโรเบิร์ต ฮูธที่ท๊อปฟอร์มกันได้แค่ 1 ซีซั่น , อินเตอร์ เคยพยายามดัน ราน็อคเคียร์ , ขณะที่ฝรั่งเศสก็เคยหวังว่ามามาดู ซาโก้จะเป็นกำลังหลักระยะยาวของพวกเขา

บาเยิร์น มิวนิคยิ่งแล้วใหญ่ เพราะหากไม่นับตัวที่พวกเขาซื้อมาอย่างฮุมเมิ่ลส์และตัวที่มีช่วงพีคอย่างบัวเต็งแล้วนั้น พวกเขาก็เคยมีแค่เดมิเคลิสหรืออาจจะคนในยุคปัจจุบันที่ก็ผีเข้าผีออกอย่างนิคลาสส์ ซูเล่

มันเป็นแบบนั้น บางครั้งก็ดีบ้างร้ายบ้าง สลับกันไป จนกระทั่งการมาถึงของเวอร์จิล ฟาน ไดค์! จากวันที่เก็บสั่งสมวิชากับ เซลติกและเซาธ์แฮมป์ตัน มันไม่มีใครคาดคิดเหมือนกันว่าปราการหลังชาวดัตช์ จะเดินมาได้ไกลจากจุดเริ่มต้นขนาดนี้มันไกลถึงขั้นที่ว่า เขา “อาจ” จะกลายเป็นตำนานที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกับ “โคตรเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ” เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ ขึ้นหิ้งเหล่านั้น

หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดก็คือการคว้ารางวัลอันดับ 2 บัลลงดอร์ ที่หลายๆคนมองว่าเป็นอันดับ 1 ก็ไม่น่าเกลียด จากผลงานที่เขาพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยุโรปซีซั่นที่แล้ว และกำลังเดินหน้าทุบสถิติอย่างบ้าคลั่งในการแข่งขันซีซั่นนี้ สิ่งที่ทำให้ ฟาน ไดค์ เป็นมากกว่าเซ็นเตอร์ฮาล์ฟดีๆทั่วไป ก็คือคุณสมบัติที่มากกว่าการเป็นแค่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟกลายเป็น เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ ในที่สุด

พูดแบบนี้ อาจจะฟังดูงงๆไปสักหน่อย แต่ถ้าเรายกชื่อนักเตะอย่าง เนสต้า , มัลดินี่ , สตัม , ตูราม , บาเรซี่ , เบ็คเค่นบาวเออร์หรือซามเมอร์ขึ้นมาอีกครั้ง เราจะพบว่านักเตะเหล่านี้มีคุณสมบัติบางอย่างที่เหมือนกัน

ความเป็นผู้นำ , ความสม่ำเสมอ , พื้นฐานการเล่นบอลด้วยเท้า , ทักษะการจ่ายบอล , การไปกับบอล , การทำประตู , การตัดสินใจอันชาญฉลาด , คาแร็คเตอร์โดดเด่นและเป็นที่พึ่งของทีมได้ในทุกๆช่วงเวลาวิกฤติ

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

เวอร์จิล ฟาน ไดค์เองก็ตอบโจทย์ที่ว่านี้ทั้งหมดและมันทำให้เขาเป็นมากกว่าแค่ผู้เล่นในตำแหน่ง “กองหลัง” เพราะเขามีความเป็นผู้ทรงอิทธิพลเหมือนๆ กับที่เนสต้าเคยประคองมิไฮจ์โลวิชหรือมัลดินี่ที่ขยับเปลี่ยนเล่นได้สมบูรณ์แบบทั้งแบ็คซ้ายและเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

ยักษ์ปักหลั่นจากแดน “กังหันลม” บัญชาการทุกอย่างได้ การสกัดบอลของเขาไม่ได้เป็นแค่การสกัดทิ้งเฉยๆ หากแต่เป็นการเคลียร์บอลที่คิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะส่งไปที่ตรงไหน เพื่อนๆจะเล่นต่อยังไง การอ่านเกมล่วงหน้าของเขานั้นอยู่ในระดับมาสเตอร์พีซและการยืนตำแหน่งของเขาก็แทบจะไม่เคยก่อความผิดพลาด

การก้าวขึ้นมาของเวอร์จิล ฟาน ไดคจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ รุ่นใหม่มากขึ้น และก่อให้เกิดความหวังว่าแฟนๆ จะได้มีโอกาสเห็น เซ็นเตอร์เวิลด์คลาสส์ มากขึ้นอีกหลังจากนี้ แข้งเจเนอเรชั่นใหม่อย่าง มาไธส์ เด ลิกท์ , เมรีย์ เดมิราล , โจ โกเมซ , แฮร์รี่ แม็คไกวร์ , ดาวิซอน ซานเชซ , ดาโยต์ อูปาเมคาโน่ , และใครอีกหลายๆ คน ก็คงอยากก้าวไปให้ถึงระดับนั้นในอนาคต

แต่สำหรับเวลานี้ ชั่วโมงนี้ วินาทีนี้ มันคงมีอยู่เพียงแค่ 1 เดียวเท่านั้น และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาจะก้าวเข้าสู่ ฮอล ออฟ เฟม หลังผ่านช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของตัวเองได้สำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัยเลย


หากใครที่ต้องการความตื่นเต้นระหว่างเชียร์บอลยังสามารถเดิมพันผ่านเว็บแทงบอลออนไลน์ บริการพนันครบรูปแบบที่มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ให้ราคาบอลดีต้องยกให้ สโบเบ็ต อันดับ1ในประเทศทไทย สามารถสอบถาม โปรโมชั่น sbobet จากช่องทางติดต่อทีมงานได้จากไลน์และโทรหา Callcenter