Line ID : STH4

TEL : 0-8888-2222-3 ถึง 4

ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ อัจฉริยะจอมปั้นดาว

คงจะไม่ได้หาง่ายๆ สำหรับนักเตะคนหนึ่ง ที่มีตลอดอาชีพนักเตะ จะสวมเสื้อทั้งลิเวอร์พูล, เอฟเวอร์ตันและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงที่เป็นนักเตะอาชีพ จะมีก็เต็มที่สองสถาบัน เท่านั้น อย่างไรก็ดี ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ ถือเป็นกองหน้าและจอมปั้นดาวของแท้ เพราะไม่ว่าเขาจะเล่นคู่กับกองหน้าคนไหน กองหน้าคนนั้นจะกลายเป็นยอดดาวยิงขึ้นมาทันที เพราะทักษะและเซนต์ฟุตบอลของเขาถือว่า อยู่ในระดับแนวหน้าคนหนึ่งของวงการฟุตบอลอังกฤษ

ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ เกิดที่ เร็กซ์แฮม เมื่อวันที่ 18 มกราคม 1961 เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อยู่ระดับประถม ก่อนที่จะเลือกเข้าร่วมสังกัดกับนิวคาสเซิ่ล ก่อนเป็นที่แรก แต่ดูเหมือนว่า ช่วงแรกของการเป็นนักเตะของเขา จะไม่ค่อยราบรื่นเท่าที่ควร เพราะกว่าจะเริ่มต้นระดับอาชีพได้ ต้องไปเริ่มกับทีมเล็กๆ อย่าง คาร์ไลส์ ยูไนเต็ด ในปี 1978 ก่อนจะกลายเป็นดาวเด่นของทีมเมื่อยิง 22 ประตู จากการลงเล่น 104 นัด พาทีมเลื่อนชั้นมาอยู่ในระดับดิวิชั่นสอง(เดิม) ได้เป็นผลสำเร็จ

ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์

จากนั้น เขาก็หนีไปค้าแข้งอยู่ที่แคนาดา ร่วมกับทีมแวนคูเวอร์ ไวท์แค้ปส์ และ กลับมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จึงหวนคืนกลับไปอยู่กับนิวคาสเซิ่ล ทีมที่มอบวิชาลูกหนังในวัยเด็กให้แก่เขา

แต่การกลับมาครั้งนี้ ดูเหมือนว่า ทุกอย่างเริ่มจะเข้าที่เข้าทางสำหรับเขาแล้ว และได้ร่วมเล่นกับ เควิน คีแกน ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลสุดท้ายสำหรับการเป็นนักเตะอาชีพแล้ว และนิวคาสเซิ่ล ก็สามารถหวนคืนสู่ลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษได้อีกครั้ง ซึ่งเขากลายเป็นดาวรุ่งที่ได้รับการยอมรับในฝีเท้าแล้ว เพราะสถิติการยิงประตู และ การเพิ่มศักยภาพในเกมรุกให้ทีมสาลิกาดง ถือว่า ทำได้อย่างโดดเด่น และก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ของทีมทันที และเขาเริ่มกลายเป็นนักเตะเนื้อหอมแล้ว ถึงขนาดที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เปิดเผยในภายหลังว่า เคยติดต่อขอซื้อตัวมาร่วมทัพด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ มาแล้ว แต่ถูกปฏิเสธไป

อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 1987-88 ลิเวอร์พูลกำลังเสริมทัพครั้งใหม่ เคนนี่ ดัลกลิช ประทับใจในฝีเท้าของเบียร์ดสลีย์ และต้องการได้ตัวมาร่วมงานกับ จอห์น บาร์นส์ ทำให้ลงทุน 1.9 ล้านปอนด์ กระชากตัวมาจากถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ก่อนที่ค่าตัวย้ายทีมครั้งนี้ จะกลายเป็นสถิติการย้ายตัวในอังกฤษยุคนั้นเลยทีเดียว

ที่ลิเวอร์พูล ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ ยังประสบความสำเร็จร่วมกับลิเวอร์พูล อย่างมากมาย กวาดแชมป์ร่วมกับทัพหงส์แดงหลายรายการ พร้อมกับกลายเป็นกองหน้าตัวอันตรายที่ทั้งยิงและจ่ายให้เพื่อน มีผลงานยอดเยี่ยมตามกันไปด้วย แต่การมาของดีน ซอนเดอร์ส หัวหอกทีมชาติเวลส์ ที่กำลังร้อนแรงในช่วงนั้น ทำให้ที่สุดแล้ว ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ ตัดสินใจไปจากทัพหงส์แดง และการย้ายทีมครั้งนี้ ก็ตกเป็นข่าวใหญ่เหมือนกัน เพราะสังกัดใหม่ของเขาคือ เอฟเวอร์ตัน ทีมร่วมเมือง และเป็นการย้ายตรงระหว่างทั้งสองทีม ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนักในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

PeterBeard

เขาก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินทันที และมีส่วนที่ทำให้แนวรุกของเอฟเวอร์ตัน ดูดีขึ้นทันตาเห็น และสองฤดูกาลที่เขาค้าแข้งอยู่ในกูดิสันปาร์ค ไม่มีฤดูกาลไหนที่เขาซัดประตูในลีกได้ต่ำกว่า 10 ประตูเลย แม้ว่าจะอายุมาก แต่ทีเด็ดในการจบสกอร์ ยังไว้ใจได้ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจกลับไปหาทีมรักอย่างนิวคาสเซิ่ล อีกครั้ง

ฤดูกาล 1993-94 ช่วงนั้นเควิน คีแกน ในฐานะนายใหญ่สาลิกาดง หวังที่จะใช้ประสบการณ์ของเบียร์ดสลีย์ มาช่วยทีม และก็เป็นไปตามคาด เพราะฤดูกาลแรกที่เขากลับบ้าน ยังซัดให้ทีมได้อีก 21 ประตูทีเดียว ที่สำคัญ คู่ขาในแดนหน้าของเขาอย่าง แอนดี้ โคล กลายเป็นสุดยอดดาวยิงของพรีเมียร์ลีกไปในทันที เพราะสามารถสร้างสถิติยิงในลีกฤดูกาลเดียวถึง 41 ประตู ก่อนจะถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกระชากตัวไปเสริมทัพในเวลาต่อมา

เบียร์ดสลีย์ ไม่ได้ทำหน้าที่ได้ดีเฉพาะในระดับสโมสร เพราะการเล่นทีมชาติของเขา ในยุคที่ฟอร์มกำลังรุ่งโรจน์ เขาคือขาประจำที่นายใหญ่สิงโตคำรามจะขาดไม่ได้ และได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 1986 รวมถึงศึกยูโร 1988 อีกด้วย

เบียร์ด สลีย์

ผลงานของเขาในฐานะนักเตะ เขาผ่านการลงสนามทั้งสิ้น 667 นัด และยิงประตูได้ถึง 223 ประตู เขายังคงเป็นที่รักของทุกทีมที่เขาเคยเล่นด้วยเสมอ เพราะเบียร์ดสลีย์ เป็นคนที่มุ่งมั่นกับเกมในสนามเสมอ และแม้ว่าครั้งหนึ่ง เขาจะเคยรับบทบาทโค้ชที่นิวคาสเซิ่ล แต่ลองไปถามแฟนบอลรุ่นเก่าของลิเวอร์พูล และ เอฟเวอร์ตัน ดูสิ ยังมีแต่คนนึกถึงผลงานที่เขาฝากเอาไว้ให้กับทีม เช่นเดียวกับ แอนดี้ โคล ว่า ยังจำปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ ได้มั้ย ผู้ที่ทำให้เขากลายเป็นยอดดาวยิงของอังกฤษได้ในยุคหนึ่งเลยทีเดียว


อ่านข่าวฟุตบอล อื่นๆที่น่าสนใจ