ole-gunnar-solskjaer

การตัดสินใจ ที่ผิดพลาดของ โซลชา

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เกมนัดที่ 35 ของฤดูกาล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังทำได้เพียงเสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ปรากฏว่าการเสมอในครั้งนี้ มันสร้างความเสียหายให้กับ “ปีศาจแดง” คือการที่พวกเขาไม่สามารถขยับตัวเองแซงหน้า เลสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี เพื่อขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 ได้สำเร็จ

หลายครั้งแล้วนะครับ ในซีซั้นนี้ ที่ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พลาดการขึ้นไปรั้งตำแหน่งท็อปโฟร์ ครั้งนี้ก้เช่นกัน ทาง เชลซี อันดับ 3 และ เลสเตอรร์ นั้นนัดกันแพ้คู่แข่งไปก่อนแล้ว

ขณะที่พวกเขามีโอกาสได้เอาคืนทัพ นักบุญ หลังเสมอกันมาที่ เซนต์ แมรี่ แต่ก็พลาดไปอย่างน่าเสียดาย

เกมนี้ “ปีศาจแดง” ยังคงมาเหมือนเดิมนะครับ 11 ผู้เล่นตัวจริง เป็นนักเตะชุดเดียวกัน 5 นัดติดต่อกัน ยังไม่เลือกที่จะเปลี่ยนเลยแม้แต่ตำแหน่งเดียว

ผู้รักษาประตู ดาบิด เด เคอา, กองหลัง อารอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ ลุค ชอว์ 3 มิดฟิลด์ เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันเดส ขณะที่ 3 กองหน้า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล,มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด

ถ้าดูแค่ไลน์อัพ คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่น่ายากสำหรับเกมนี้ แต่พอนกหวีดเริ่มเกม ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เซาธ์แฮมป์ตัน ที่ก็ใช้ชุดเดิมมา 3 เกมติดต่อกันเช่นกัน

แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นได้ไม่ดีเลยและมีอาการช้าลงอย่างเห็นได้ชัด และในนาทีที่ 12 ปอล ป็อกบา ก็พลาดท่าเสียบอล บวกกับการจ่ายแบบเสี่ยงๆ มาให้ของ ดาบิด เด เคอา สุดท้ายทีมโดนนำ 1 ประตู

แต่หลังจากนั้น เกมของ “ปีศาจแดง” ก็เริ่มดีขึ้น จนมาได้ 2 ประตูจาก แรชฟอร์ด และ มาร์กซิยาล ขึ้นนำ 2-1 ดูเหมือนทุกๆ อย่างจะกลับมาเข้าทางพวกเขาแล้ว

ปีศาจแดง

แต่หลังจากนั้นในช่วงครึ่งเวลาหลัง เกมก็กลับไปเป็นของผู้มาเยือนอีกครั้ง ซึ่งในเกมนี้ ต้องบอกเลยว่ามาตรฐานของทุกๆ คนตกลงไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ บรูโน่ แฟร์นันเดส ที่มีความอันตรายน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

สุดท้าย โซลชา ตัดสินใจถอดออกทั้ง ป็อกบา และ บรูโน่ ออก โดยยังมีการเปลี่ยนเอา ลุค ชอว์ ที่บาดเจ็บ และใช้ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แทน ส่วนอีกโควต้า ที่ออกพร้อมกับ บรูโน่ เป็น กรีนวู้ด ที่ไม่มีโอกาสได้สับไกเลย

และพอทีมนั้นขาดกองกลางตัวทำเกมทั้งสองไป ก็ลงไปตั้งรับกันอย่างเต็มตัว จากที่ปกติ เกมของ เซาธ์ฯ นั้นค่อนข้างดีอยู่แล้ว ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

เจ้าหนู วิลเลี่ยมส์ ดันมาโชคร้าย บาดเจ็บที่ศรีษะ ทำให้ต้องออกจากการแข่งขัน และที่สำคัญคือ โซลชา ไม่สามารถเปลี่ยนตัวได้อีก แม้ว่าจะเพิ่งเปลี่ยนไป 4 ตัว แต่ใช้โควต้า 3 ครั้งในการเปลี่ยนเป็นที่เรียบร้อย

ทีมต้องเล่น 10 คนในช่วงทดเจ็บ สุดท้ายทีมก็มาเสียประตูจากลูกเตะมุมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากที่จะได้ขึ้นอันดับ 3 ด้วยชัยชนะ กลับเหลือเพียง 1 แต้ม และอยู่ในอันดับที่ 5 ต่อไป

team

แน่นอนว่าเกมจบแบบนี้ บรรดาแฟนบอล “ปีศาจแดง” บนโลกโซเชียล ต่างพากันก่นด่า โซลชา โทษฐานที่เปลี่ยนเอาทั้ง บรูโน่ และ ป็อกบา ออกจากสนาม

บ้างก็วิจารณ์ฟอร์มของคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ในการประกบจังหวะเตะมุม โดยเฉพาะ แม็คไกวร์ ที่มัวมองแต่บอล และดันไปประกบพวกเดียวกันเอง

เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันไม่ควรจะต้องโทษใครทั้งนั้นหรอกครับ ในกรณีของ โซลชา มันเป็นการตัดสินใจในวินาทีนั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกมที่แม้จะมี ป็อกบา และ บรูโน่ อยู่ในสนาม แต่แดนกลางเองก็ไม่ใช่ว่าจะคุมอยู่

บรูโน่

แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดจริงๆ ของ โซลชา เพียงแต่ก็ต้องเข้าใจว่าในเวลานั้นเขาและบรรดาผู้ช่วยอย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค, ไมค์ ฟีแลน และ เคียแรน แม็คเคนน่า คงปรึกษากันมาอย่างดีแล้ว

เพียงแต่ผลลัพธ์มันออกมาไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเท่านั้น แต่มันก็มีสิ่งที่เป็นบทเรียน คือถ้าเขาตั้งใจจะเล่นตั้งรับ เพื่อรักษาผลสกอร์ ควรจะต้องมีโควต้าตัวสุดท้าย เอาไว้เปลี่ยนตัวในช่วงทดเจ็บ

เรามักจะเห็นความเคี่ยวแบบนี้ กับกุนซืออิตาเลียน ในลีก กัลโช่ เซเรีย อา ทีมในสเปนบางทีม รวมถึง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่มักจะใช้แท็กติกแบบนี้ประจำ เมื่อทีมต้องการผลการแข่งขัน

ก็ถือว่าเป็นการอ่อนประสบการณ์ทางการเล่นเกมหวังผลการแข่งขันของ โซลชา ที่ไม่เลือกเก็บโควต้าครั้งที่สามเอาไว้เพื่อถ่วงเวลาในช่วงท้ายเกม เกมนี้ก็คงจะเป็นบทเรียนหนึ่งชิ้นให้กับเขาในอาชีพการเป็นกุนซือ

เพียงแต่ทุกวันนี้โลกโซเชี่ยลนั้นเต็มไปด้วยคำวิจารณ์ คนที่จะเข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่สามารถผิดพลาดได้เลยก็แค่นั้น พลาดเมื่อไหร่ก็โดนด่าทันที

ถ้าจะบอกว่ามันเป็นเกมนัดสำคัญที่จะทำให้ทีมนั้นขึ้นไปรั้งอันดับสามได้ มันก็ใช่ แต่ก็ใช่ว่าโอกาสจะไม่มี พวกเขายังเหลือโปรแกรมอีก 3 นัด ถ้าชนะได้หมด ก็จะการันตีการเป็นที่ 4 ทันที โดยไม่ต้องสนใจผลการแข่งขันทีมอื่น

ซึ่งโปรแกรมของพวกเขาก็เบากว่าทั้ง เลสเตอร์ และ เชลซี ในวันพฤหัสบดีนี้ พวกเขาจะได้เยือน คริสตัล พาเลซ ทีมที่รอดตกชั้นไปแล้ว และกำลังแพ้รัวๆ หลังจากนั้นจะเจอกับ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งไปถึงตอนนั้น “ขุนค้อน” อาจจะรอดแล้วก็เป็นได้

เลสเตอร์ และ เชลซี

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการพบกับ เลสเตอร์ ถ้าทัพ “จิ้งจอก” ยังฟอร์มแบบนี้ โอกาสได้ 3 คะแนน ก็ยังมี ขณะที่ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก่อนจะดวลกับ แมนฯ ยู พวกเขาต้องพบกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อีกด้วย

ส่วน เชลซี มีโปแกรมเจอกับ นอริช ก็จริง แต่หลังจากนั้นอีก 2 เกมที่เหลือ พวกเขาต้องพบกับ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ และ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่กำลังลุ้นพื่นที่ยุโรปอยู่เช่นกัน

แม้ว่า น้าโอเล่ จะทำได้แค่เสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน พลาดการขึ้นที่ 3 แต่เขาก็สามารถทำสถิติไม่แพ้ใคร 18 นัด มากกว่าที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำได้เสียอีก

ฉะนั้นเด็กผีทั้งหลาย ไม่ต้องไปหาหรอกครับ ว่าใครผิดสำหรับเกมนี้ และก็ไม่ต้องไปก่นด่าใครในโลกโซเชียล คิดซะว่ามันเป็นวันที่ค่อนข้างโชคร้ายสำหรับพวกเขาเท่านั้นเอง

สูดหายใจลึกๆ แล้วเชียร์ทีมโปรดของคุณต่อไปดีกว่า จำไว้ว่า โอกาสยังมีจนถึงสิ้นเดือนนี้…

 

ข่าวฟุตบอล ที่น่าสนใจ