nemanja-matic

เนมันย่า มาติช บอกโลกว่า ข้าตายยาก

กลับคืนสู่ความยอดเยี่ยมอีกครั้งสำหรับ เนมันย่า มาติช ทั้งที่ก่อนหน้าจะปิดพักเบรกหนีโควิด หรือกระทั่งช่วงตลากหน้าหนาวที่ผ่านมา เขากำลังถูกมองว่า จะถูกทีมปีศาจแดงขายทอดตลาดเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินเข้าสโมสรอยู่อย่างหนาหู ก่อนที่จะกลับมาระเบิดฟอร์มเทพและยึดตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ได้ ที่สำคัญ ฟอร์มการเล่นระดับเทพทำให้ทีมจับเซ็นต่อสัญญาออกไปอีกต่างหาก

ก่อนหน้านี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเล็งดาวรุ่งหลายคนเพื่อเอาเข้ามาแทนที่ มาติช ไม่ว่าจะเป็น เดแคลน ไรซ์, วินเฟร็ด เอ็นดิดี้หรือ ฌอน ลองสต๊าฟฟ์ แต่ตอนนี้ข่าวทุกอย่างถูกหยุดลงโดยสนิท หลังจาก มาติช จรดปากกาเซ็นสัญญาใหม่ไปถึงปี 2023 ร่วมกับทีมปีศาจแดงเป็นที่เรียบร้อย

มาติช

หลังจากย้ายมาสู่ขายคาโอลด์แทร็ฟฟอร์ดด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ เขาเคยถูกจัดให้เป็นการซื้อขายที่ล้มเหลวที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดีลหนึ่งเลยทีเดียว นับตั้งแต่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้วางมือจากการคุมทีมไป แต่จากสถิติที่ทีมปีศาจแดงไม่แพ้ต่อคู่แข่ง 18 เกมติดต่อกัน ชื่อของมาติช อยู่ในทีมชุดตัวจริงดังกล่าวถึง 13 เกมด้วยกัน ซึ่งเป็นช่วงที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บแต้มอย่างเป็นกอบเป็นกำ จนมีลุ้นไปลุยศึกยุโรปอย่าง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว

แม้ว่า เฟร็ด มิดฟิลด์แซมบ้าจะเริ่มกลับมาเป็นมิดฟิลด์ของแท้จากบราซิลแล้ว จะเล่นได้โดดเด่นเมื่อจับคู่กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ แต่ที่สุดแล้ว มาติช กลับมาทวงตำแหน่งตัวจริงได้อย่างองอาจ เมื่อการปักหลักในแดนกลางสนามของเขา โดยประสานงานคู่กับ ปอล ป๊อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำให้ความลงตัวบวกความเหนียวแน่น ดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งผลจากการที่มิดฟิลด์แน่นขึ้น ก็ทำให้แนวรุก สามารถผลิตสกอร์ได้อย่างมากมายและต่อเนื่อง จนกลายเป็นทีมป๊ศาจแดงที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อ และทีมสามารถกลายเป็นทีมที่เสียประตูยากไปในทันที

มาติชและโซลชา

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กล่าวถึงการตัดสินใจต่อสัญญากับมาติช ออกไปอีกว่า ตนเองเชื่อมั่นในประสบการณ์ที่มาติชมี และยังมองเห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจ ที่จะกลับมาเป็นตัวหลักของทีมให้ได้ จนที่สุดแล้ว เขาก็เบ่งผลงานระดับมาสเตอร์ ออกมาให้เห็นจนได้ โดยปัจจุบัน เขาคือขุนพลปีศาจแดงคนสุดท้ายที่มีโอกาสคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ร่วมกับเชลซีในปี 2015

จริงๆแล้ว ในช่วงที่มูรินโญ่ ผู้ซึ่งคว้าตัวเขามาจากเชลซี ยังเป็นกุนซืออยู่ อนาคตในทีมปีศาจแดงค่อนข้างสดใสสำหรับเขา เพราะได้ลงเล่น 36 จาก 38 นัดในปี 2017 ก่อนที่ทีมจะเข้าป้ายด้วยอันดับรองแชมป์ ก่อนที่จะเริ่มถูกดร็อป หลังจากการไปของเจ้านายเก่า พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เริ่มจะเล่นได้เชื่องช้า และ เล่นบอลไม่ตรงกับสไตล์ของยูไนเต็ดที่ต้องการความรวดเร็ว

มาติชแอคชั่น

ฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับยูไนเต็ดแล้ว เพราะถึงช่วงปีใหม่เขาเพิ่งจะได้เล่นตัวจริงแค่ 4 นัดเท่านั้น แต่เมื่อเขาเริ่มได้รับโอกาสจาก โซลชาอีกครั้ง โดยเฉพาะเกมกับเบิร์นลีย์ เขาทำผลงานการเป็นสุดยอดมิดฟิลด์ตัวรับออกมาอีกครั้ง ซึ่งจากนั้นเป็นต้นมา เขาแทบจะกลายเป็นตัวหลักของทีมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว

นอกจากมาติช จะเอาชนะใจนายใหญ่และเพื่อนร่วมทีมแล้ว ดูเหมือนว่า ความรู้สึกของแฟนบอลที่มีต่อเขา เริ่มกลับมาเป็นไปในทิศทางที่บวกแล้ว และเขาได้ประกาศก้องเอาไว้ว่า จะขอยึดตำแหน่งตัวจริงของตนเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะเขาคือ สุดยอดมิดฟิลด์ของจริงที่พูกน้อย แต่ต่อยหนักดีเหลือเกิน

ข่าวที่ท่านอาจสนใจ