gareth-bale

เกเร็ธ เบล ฤาจะถึงทางตันกับเรอัล มาดริด?

ภายหลังจากย้ายจากสเปอร์สมาสู่เรอัล มาดริด เกเร็ธ เบล ถูกคาดหมายว่า จะก้าวขึ้นสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังโลกเพื่อมาเขย่าบัลลังก์ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ค่าตัว 86 ล้านปอนด์ที่กลายเป็นสถิติโลกเวลานั้น ถือเป็นเงินก้อนโตที่ทีมราชันย์ชุดขาวเต็มใจที่จะจ่าย เพราะคาดหวังในผลงานที่กำลังเปรี้ยงปร้างในตอนนั้น

แต่ดูเหมือนว่าชีวิตการค้าแข้งในสเปนของเขา โดยเฉพาะในระยะหลัง กำลังจะเกิดปัญหาและค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ หลังจากตัวเองไม่มีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมมากนัก ชอบทำตัวเป็นเอกเทศ หลงใหลในกีฬาตีกอล์ฟ ก่อนที่ล่าสุดจะแสดงพฤติกรรมที่ใครหลายคนเห็นแล้วรับไม่ได้

เกเร็ธ เบล

เบล ถูกกล่าวขวัญมานานเกี่ยวกับความไม่ลงรอยกับ ซีเนอดีน ซีดาน นายใหญ่ของทีม และเมื่อเขาถูกจับนั่งเป็นแค่ตัวสำรองและรู้ดีว่า ตนเองหมดสิทธิ์ลงเล่นแล้ว สิ่งที่เขาแสดงออกมาและถูกสื่อจับได้นั่นก็คือ เขาเลือกที่จะนอนบนอัฒจรรย์โดยไม่ได้สนใจเกมการแข่งขันเลย

เท่านั้นยังไม่พอ ในเกมถัดไป เขายังยียวนกวนประสาท ด้วยการนั่งทำท่าเหมือนกับตัวเองโดนสอดส่องอยู่บนอัฒจรรย์เหมือนเดิม ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับแฟนบอลที่เห็นภาพดังกล่าวเป็นอย่างมาก และอาจจะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้เขาอาจจะต้องยุติบทบาทในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว หลังค้าแข้งครบ 7 ปีในเร็ววันนี้

เกเร็ธ เบล1

ปัจจุบัน กองหน้าทีมชาติเวลส์รายนี้ อายุเข้า 30 ปีแล้ว แต่ค่าเหนื่อยจำนวน 650,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาไม่ได้สนใจกับการลงสนามหรือไม่ เพราะถึงอย่างไร ค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลนี้ ก็ประเคนเข้าบัญชีเขาอยู่ดี จึงเป็นที่มาของข่าวที่กำลังสะพัดในช่วงนี้ว่า ซีเนอดีน ซีดาน เตรียมจะขายเขาออกไปจากทีม

ทราบกันดีถึงความไม่ลงเอยกันระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง ซึ่งเหตุก็มาจากเรื่องความประพฤติ ทำให้ ซีดาน เลือกที่จะใช้งานเขาเพียงแค่ตัวสำรองมากกว่า และสถานการณ์ก็เลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ เพราะนับแต่ที่กลับมารีสตาร์ทอีกครั้ง ซีดาน ส่งเขาเล่นเป็นตัวจริงแค่นัดเดียว แถมเจ้าตัวยังทำประตูในลาลีกาไม่ได้เลยนับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา

งานนี้ไม่ได้สร้างความตลกให้กับซีดาน และตรงกันข้าม เขาหัวเสียกับการที่เบลยังอยู่ในทีม และยังไม่สำนึกกับพฤติกรรมต่างๆ

เบล เลือกที่จะทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น การหลงใหลในกีฬากอล์ฟ การเลือกที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม รวมถึง ปฏิเสธที่จะพูดภาษาสเปน ซึ่ง 7 ปี ในการค้าแข้งเมืองกระทิงดุ เป็นไปไม่ได้ที่เบล จะไม่ซึมซับภาษาเลย เพียงแต่เขาเลือกที่จะไม่พูดมากกว่า

เกเร็ธ เบล3

 

หากนับเรื่องฝีเท้าล้วนๆ ดูเหมือนว่า ความสามารถของเขา จะไม่ได้มีปัญหาในการค้าแข้งกับทีมยักษ์ใหญ่ เพราะตัวเองค่อนข้างจะเข้าขั้นนักเตะระดับแนวหน้าของโลกอยู่แล้ว และจุดเริ่มต้นของความไม่ลงเอยกัน ก็เป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บ ที่เข้ามาเป็นอุปสรรค แต่เบลเองก็เลือกที่จะต่อต้าน หลังจากตัวเองกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

ช่วงเวลานี้ กำลังเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ กับการค้าแข้งต่อไปในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว เนื่องจาก ทีมเริ่มจะหมดความอดทน กับความดื้อด้านที่ เบล เลือกใช้วิธีแสดงออกทางพฤติกรรม และเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ดูเหมือนว่า รอยร้าวที่เกิดขึ้น มันยากที่จะเกินเยียวยาแก้ไข และทางออกที่ดีที่สุด คือ การปล่อยเขาออกจากทีม

ปัญหาอยู่เพียงแค่ว่า ราคาค่าตัวของเขาจะถูกเคาะไว้ที่เท่าไหร่ เช่นเดียวกับการหาทีมที่พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาได้รับ มันช่างหาทีมที่พร้อมลงทุนยากเหลือเกิน ยิ่งสถานการณ์โรคระบาดยังไม่ได้ผ่านพ้นไปแบบร้อยเปอร์เซนต์แบบนี้ อยู่ที่ว่า ทีมราชันย์ชุดขาว จะกดฟันอดทนกับเรื่องนี้อย่างไร และตอนจบจะเป็นเยี่ยงไร น่าสนใจติดตามกันต่อไป